Wireless Capsule Endoscopy

การวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการกลืนแค็ปซูล(Gastrointestinal Wireless Capsule Endoscopy)

       นับเป็นความล้ำหน้าด้านวิทยาการทางการแพทย์ครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยแนวใหม่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกที่สุดของลำไส้เล็ก ซึ่งสามารถรายงานและแสดงผลการวินิจฉัยได้อย่างละเอียด ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในวงการแพทย์ทางเดินอาหารในปัจจุบันอีกทั้งยังมีขั้นตอนการวินิจฉัยที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยต่อคนไข้ ก่อนที่แพทย์จะนำผลการวินิจฉัยไป ประกอบการรักษาได้อย่างมีประสิทธิผลต่อไป สำหรับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการกลืนแค็ปซูล(Gastrointestinal Wireless Capsule Endoscopy) ได้มีการนำมาใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น อเมริกา,อังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี, อิสราเอล, ฮ่องกง ฯลฯ  

        “แค็ปซูล” ดังกล่าวไม่ใช่ตัวยา แต่เป็นวัสดุหรืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในชุดอุปกรณ์  มาตรฐานเพื่อการวินิจฉัยโรคระบบทางเดินอาหาร โดย “แค็ปซูล” แต่ละเม็ดจะมีขนาด สูง 11 ม.ม. / กว้าง 26 ม.ม./ น้ำหนัก 3.7 กรัม นอกเหนือจาก “แค็ปซูล” แล้ว ยังประกอบด้วยชุดสายอากาศรับส่งสัญญาณ (Sensor Array) ซึ่งจะรับสัญญาณจาก “แค็ปซูล” ก่อนส่งสัญญาณต่อไปยังชุดเข็มขัดที่ติดตั้งเครื่องบันทึกภาพและข้อมูล (Data Recorder)

ขั้นตอนการวินิจฉัย
เริ่มจากให้คนไข้กลืน “แค็ปซูล” พร้อมน้ำ โดยไม่ต้องเคี้ยว หลังจากนั้น “แค็ปซูล” จะเดินทางไปตามส่วนต่างๆของระบบทางเดินอาหาร คล้ายๆ กับยานกระสวยขนาดจิ๋วติดตั้งกล้องบันทึกภาพและไฟกระพริบส่องสว่าง ท่องไปตามเส้นทางวิบากและคดเคี้ยวในระบบทางเดินอาหาร โดยเริ่มจากปาก ไปยังหลอดอาหารกระเพาะอาหาร (stomach) ลำไส้เล็กตอนต้น (duodenum) ลำไส้เล็กตอนกลาง (jejunum) ลำไส้เล็กตอนปลาย (ileum) ช่วงเชื่อมต่อลำไส้เล็ก(ileum) กับลำไส้ใหญ่ (ileo – cecal valve) กระพุ้งแรกของลำไส้ใหญ่ (cecum) และลำไส้ใหญ่ (colon) ทั้งนี้ “แค็ปซูล” ดังกล่าวจะมีแสงไฟกระพริบส่องสว่าง 2 ครั้ง ต่อวินาที พร้อมบันทึกภาพส่วนต่างๆของระบบทางเดินอาหาร และจะส่งสัญญาณภาพต่อไปยังชุดสายอากาศรับส่งสัญญาณที่ติดไว้บริเวณหน้าท้องคนไข้รวม 8 จุด จากนั้นสัญญาณดังกล่าวนี้จะส่งต่อเนื่องเชื่อมเข้าเก็บบันทึกไว้ในเครื่องบันทึกภาพและข้อมูลที่ถูกติดตั้งไว้กับเข็มขัดรัดเอวคนไข้ ซึ่งใช้เวลาในการวินิจฉัยนี้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ระหว่างนั้นคนไข้สามารถเคลื่อนไหวทำงานได้ตามปกติ ก่อนที่ “แค็ปซูล” จะถูกถ่ายออกมาทางอุจจาระตามปกติ และจะไม่นำ “แค็ปซูล” ดังกล่าวกลับมาใช้อีกเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการวินิจฉัยนี้แล้ว แพทย์จะนำภาพและข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ เพื่อให้การรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้องตามสาเหตุของโรคต่อไป

ประโยชน์และข้อดีของการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการกลืนแค็ปซูลสำหรับตัวคนไข้ เมื่อกลืน “แค็ปซูล” แล้ว ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ โดยมีข้อพึงระวังบางประการ เช่นไม่ควรก้มตัวมากเกินไป ไม่ควรให้ร่างกายมีเหงื่อมาก หรือไม่ควรอยู่บริเวณที่มีสนามแม่เหล็กฯลฯ ซึ่งอาจมีผลต่อการทำงานของ “แค็ปซูล” และการวินิจฉัยได้ นอกจากนี้หลังจากกลืน “แค็ปซูล” ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง คนไข้สามารถรับประทานอาหารเหลวหรือขนมขบเคี้ยวได้บ้าง และที่สำคัญคนไข้อาการหนักที่มีร่างกายอ่อนแอมาก จะไม่ต้องบอบช้ำด้วยการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีแบบเดิมๆ เช่น กลืนแป้งและเอ็กซเรย์ โดยเฉพาะการส่องกล้องตรวจลำไส้เล็กที่มีช่วงความยาวมาก ซึ่งกล้องอาจส่องไม่ถึงในจุดเกิดโรคหรือเป็นสาเหตุของโรค เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่ลึกมากนั่นเองการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการกลืน “แค็ปซูล” นอกจากจะเป็นการปฏิวัติวิทยาการด้านการแพทย์ระบบทางเดินอาหารในระดับสากลแล้ว ยังมีจุดเด่นสำคัญคือ แพทย์สามารถนำผลการวินิจฉัยดังกล่าว มาอ่านค่าต่างๆได้อย่างละเอียดแม่นยำในทุกมิติ โดยภาพที่บันทึกได้จาก “แค็ปซูล” จะแสดงผลของภาพ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องแบบวิดีโอที่มีคุณภาพสูงเป็นระบบดิจิตอล ทำให้แพทย์สามารถเลือกเจาะข้อมูลดังกล่าว เพื่อตัดต่อ และบันทึกถ่ายทอด ทั้งแบบแยกทีละภาพ หรือบันทึกต่อเนื่องแบบวิดีโอ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์และให้การรักษาคนไข้ต่อไป หรือแม้กระทั่งการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ผ่านทางอีเมลได้ด้วย

Source >>http://www.samitivejhospitals.com/sukhumvit/gastr_endoscopy_th.aspx

>> See VDO Wireless capsule endoscopy Demonstration

        Join experts from the Komansky Center of NewYork-Presbyterian to learn about a pioneering method of making capsule endoscopy modality more pediatric-friendly. Learn about Dr.Sockolow’s “Jellybean Test”, live, 7:00 PM EDT (23:00 UTC) on OR-Live.com

         Wireless capsule endoscopy represents an extraordinary technical innovation in diagnostic gastrointestinal endoscopy. Capsule endoscopy is highly useful to evaluate for inflammatory changes in patients suspected to have small bowel Crohn’s disease in whom conventional imaging failed to confirm the diagnosis. It is now the method of first choice to assess for small bowel polyps or tumors, to find a source of blood loss in obscure intestinal bleeding, and for undiagnosed malabsorptive conditions such as intestinal lymphangiectasia.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s